จากการศึกษาข้อมูลผลการศึกษาการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว สามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้

  1. รายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (กค-ธค 51, บ.ผาแดงอินดัสทรี จก. (มหาชน),2552)
    1. ตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน ทั้งในพื้นที่เหมืองและโดยรอบ มีแคดเมียม (Cd) ไม่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งในรายงานระบุว่าเป็นการเก็บตัวอย่างจากบ่อเก็บกักตะกอนในพื้นที่เหมือง จึงไม่มีมาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบ
      1. บ่อเก็บตะกอนของเหมืองพบ Total Cd = 0.0001-0.0435 mg/l , Soluble Cd = น้อยกว่า 0.0001-0.0002mg/l
      2. ตะกอนท้องน้ำ ในลำห้วยแม่ตาว และแม่กุ เก็บตัวอย่างในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน ของปี 2551 พบว่า
      3. ลำห้วยแม่ตาว – ฤดูแล้ง (เม.ย. และ ธ.ค.)Total Cd = น้อยกว่า 1-218 mg/kg และ Leachable Cd = น้อยกว่า 0.01  
      4. ลำห้วยแม่ตาว – ฤดูฝน (พ.ค. –ก.ค.) มี Total Cd = น้อยกว่า 1-66 mg/kg และ Leachable Cd = น้อยกว่า 0.01  
      5. ลำห้วยแม่กุ – ฤดูแล้ง (เม.ย. และ ธ.ค.) มี Total Cd = น้อยกว่า 1-34 mg/kg และ Leachable Cd = น้อยกว่า 0.01  
      6. ลำห้วยแม่กุ – ฤดูฝน (พ.ค. –ก.ค.) มี Total Cd = น้อยกว่า 1-182mg/kg และ Leachable Cd = น้อยกว่า 0.01
    2. จากข้อมูลการรายงานของเหมืองผาแดง พบว่าในบ่อเก็บตะกอนของเหมืองมีปริมาณแคดเมียมอยู่จริง แต่เมื่อเทียบกับค่าแคดเมียมในลำน้ำนอกเหมือง คือ ท้องน้ำลำห้วยแม่สอดมีปริมาณน้อยกว่ามาก มีแค่ ๐.๐๐๐๑ – ๐.๐๐๒ มิลลิกรัมต่อลิตร ในขณะที่ตะกอนท้องน้ำมี ๑ – ๒๑๘ มิลลิกรัมต่อลิตร และเมื่อเก็บตัวอย่างช่วงฤดูฝน พบว่า ค่าแคดเมียมเจือจางกว่าช่วงฤดูแล้งประมาณ ๑๐๐ เท่า
  2. รายงานการวิจัยเรื่อง การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กรณีศึกษาลุ่มน้ำแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก (มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนการวิจัยโดย วช.,2555)

การวิจัย มี 2 เรื่องคือ

  1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในการบำบัดแคดเมียมในลุ่มน้ำแม่ตาว-แม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
    1. การบำบัดการปนเปื้อน Cd ในดิน ทำได้โดยใช้สาร ซีโอไลท์ไดแคลเซียมฟอสเฟต ซึ่งมีราคาแพง ในทางปฏิบัติสามารถใช้ฟางข้าวแทนได้ ให้ประสิทธิภาพที่เท่าเทียมกัน
    2. ไม้ยืนต้นที่สะสม Cd ในลำต้น ได้แก่ กระถินเทพา และยูคาลิบตัส โดยยูคาลิบตัสดูดซับและสะสม Cd ได้ดีกว่าพืชยืนต้นอื่นๆ
    3. พืชเศรษฐกิจเช่น ข้าวโพด อ้อย ทานตะวัน และถั่วเหลืองจะมีการเจริญเติบโตน้อยลง และเกิดสภาพความเป็นพิษ เมื่อ Cd ในดินมีความเข้มข้นสูงกว่า ๘ mg/kg และถั่วเหลืองสะสม Cd ในเมล็ดสูงกว่ามาตรฐาน
    4. พืชน้ำ (อเมซอน) สะสม Cd ในราก ลำต้น และใบได้ โดยดูดซับ Cd จากดินตะกอน
  2. การพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อการวางแผนการจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว-แม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก การดำเนินงานในการวิจัยนี้ เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และการประชุม อบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งช่วยเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่มีในรูปแบบต่าง ๆ  รวมทั้งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้อย่างเท่าเทียมกัน ผลที่ได้จากการมีส่วนร่วม การประชุมและฝึกอบรม ทำให้ได้กรอบแนวคิด และแผนงาน/โครงการที่จะผลักดันเข้าสู่แผนสิ่งแวดล้อมจังหวัดได้ ๕ แผนงาน  ๑๐ โครงการ

 

ติดต่อคณะทำงาน

ศูนย์ประสานงานคณะทำงานฯ

  • ชั้น 2 อาคารบริการวิชาการ
    มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด
  • 222 หมู่ 7 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
  • 081-4425487
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Official Facebook