1. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ในการประชุมครั้งที่ 9/2550 ได้พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่สังกะสีของบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) คำขอประทานบัตรที่ 1/2546 ร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเดียวกันกับประทานบัตรที่ 30769/15525 ตั้งอยู่ที่ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด และมีมติดังนี้
    1. เห็นชอบกับมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการเหมืองแร่ ต่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่สังกะสีของบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) คำขอประทานบัตรที่ 1/2546 ร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเดียวกันกับประทานบัตรที่ 30769/15525 ตั้งอยู่ที่ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 
    2. มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่สังกะสีของบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) คำขอประทานบัตรที่ 1/2546 ร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเดียวกันกับประทานบัตรที่ 30769/15525 ตั้งอยู่ที่ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมตามใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ หรือจัดตั้งสถานที่เพื่อการแต่งแร่ นอกเขตเหมืองแร่ที่ 1/2526 ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่เพื่อการเก็บขังน้ำขุ่นข้นหรือมูลดินทรายนอกเขตเหมืองแร่ที่ 1/2538, 1/2545, 2/2545 และคำขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่เพื่อการเก็บขังน้ำขุ่นข้นหรือมูลดินทรายนอกเขตเหมืองแร่ที่ 1/2546 ไปกำหนดเป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่
    3. มอบหมายให้บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ดำเนินการ ดังนี้
      1. ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด รวมทั้ง ให้นำความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ให้หารือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ พิจารณามาตรการการจัดการน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่การทำเหมืองโดยไม่ให้มีตะกอนไหลออกนอกพื้นที่และมีคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม รวมทั้ง เพิ่มความถี่ในการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม แล้วเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ให้ผนวกมาตรการการจัดการน้ำดังกล่าว และมาตรการที่เสนอไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที
      2. ให้จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อรองรับกรณีที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด และเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารแคดเมียมหรือโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาภายใน 1 เดือน
      3. ให้ประสานความร่วมมือและสนับสนุนจังหวัดตาก เพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้
        1. สำรวจพื้นที่ที่เกษตรกรยังคงปลูกข้าวเพื่อจัดทำข้อมูลรายชื่อและพื้นที่การปลูกข้าวทั้งหมด
        2. หากพบว่าระดับแคดเมียมในข้าวเกินค่ามาตรฐานอันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ให้หารือกับจังหวัดตากเพื่อจัดการข้าวที่ปนเปื้อนนั้นไม่ให้ออกสู่ตลาด
        3. เผยแพร่ความรู้แก่เกษตรกรในการปรับเปลี่ยนกรรมวิธีเพาะปลูก เช่น ใช้การรักษาสภาพไม่ให้ดินทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในช่วงที่ข้าวตั้งท้อง (รีดอกซ์) การรักษาสภาวะความเป็นกรด-ด่าง ของดิน เป็นต้น
        4. สนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานกลาง (Third Party) ดำเนินการศึกษาและสำรวจในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนสารแคดเมียมในดินและข้าว
        5. ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพจากการปลูกข้าวไปสู่การปลูกพืชชนิดอื่น ที่ไม่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร
        6. ในกรณีที่การดำเนินการข้างต้นไม่ประสบผลสำเร็จ ให้ประสานกับส่วนราชการเพื่อฟื้นฟูดินตามแนวทางที่เหมาะสม โดยให้คำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การยอมรับของประชาชน รวมทั้ง การจัดพื้นที่เพื่อจัดทำเป็นป่าชุมชน
      4. ให้สนับสนุนด้านการเงินแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารแคดเมียม โดยเฉพาะ ด้านสุขภาพอนามัย เครื่องมือและอุปกรณทางการแพทย์ รวมทั้ง การปรับปรุงการเกษตรที่เหมาะสม
      5. ให้จังหวัดตาก จัดตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้แทนประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของกลุ่มโครงการเหมืองแร่สังกะสีต่างๆ ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทั้งนี้ ให้บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการ
      6. ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาวเพื่อแก้ไขการปัญหาการปนเปื้อนของสารแคดเมียม ใน 3 ตำบลของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
      7. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดตาก บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนสารแคดเมียมที่เหมาะสม
    4. มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่นำความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณาการขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ
  2. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 กก.วล. ในการประชุมครั้งที่ 9/2550 ได้รับทราบผลการศึกษาแหล่งที่มาของแคดเมียมที่ปนเปื้อนในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยแม่ตาวของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสรุปได้ว่าการปนเปื้อนของแคดเมียมในบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้น้ำจากห้วยแม่ตาว มีสาเหตุหลักมาจากการดำเนินการทำเหมืองแร่สังกะสีในบริเวณท้องที่ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยอาจเกิดจากกรณีการปนเปื้อนมากับดินตะกอนซึ่งมีระดับความเข้มข้นของแคดเมียมสูงถูกระบายออกมากับน้ำทิ้งจากพื้นที่เหมืองโดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักจนเกินประสิทธิภาพของระบบบำบัดรองรับได้ ทั้งนี้ เนื่องจาก ในช่วง 3 - 4 ปี ได้เกิดอุบัติเหตุกากตะกอนจากเหมืองผาแดง ได้ไหลล้นลงสู่ลำห้วยแม่ตาวและแม่กุ ปริมาณมากในช่วงที่มีฝนตกหนัก จึงเป็นเหตุให้พบการปนเปื้อนของแคดเมียมในตะกอนดิน และดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาวสูงผิดปกติ
  3. เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550  ในการประชุม กก.วล. ครั้งที่ 10/2550  มีมติให้ใช้มาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม ในการควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่ผ่านกระบวนการทำเหมืองแร่สังกะสีของ บริษัท ผาแดง อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการจ้างหน่วยงานกลางเพื่อศึกษา สำรวจ สาเหตุ ที่มา และขอบเขตของการปนเปื้อนแคดเมียมในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว และให้ควบคุม ดูแลการดำเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  4. เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖  ในการประชุม กก.วล. ครั้งที่ ๖/๒๕๕๖ ได้พิจารณาแนวทางจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารแคดเมียมในลุ่มน้ำแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และรับทราบผลการศึกษาโครงการสำรวจการกระจายตัวและแหล่งที่มาการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รวมทั้ง เห็นชอบกับแนวทางการจัดการดินและตะกอนดิน ตามความเห็นของคณะกรรมการควบคุมมลพิษและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมอบให้กรมควบคุมมลพิษ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางการจัดการดินและตะกอนดิน และความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมทั้ง มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้กิจการเหมืองแร่ดำเนินการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนดินและตะกอนดินในลำห้วย และมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการกำหนดมาตรฐานดินเพื่อการเพาะปลูกเป็นการเฉพาะ ตามความเห็นของคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
  5. เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ในการประชุม กก.วล. ครั้งที่ ๖/๒๕๕๖ ได้รับทราบความก้าวหน้าในการแก้ต่างคดีแทนคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คดีปกครองหมายเลขดำ ที่ ๓๙๘/๒๕๕๒ กรณีปัญหาการแพร่กระจายและปนเปื้อนของสารแคดเมียมที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีมติมอบให้กรมควบคุมมลพิษ อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองพิษณุโลก ในประเด็นของการขยายระยะเวลาการดำเนินการประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จากภายใน ๙๐ วัน นับแต่คดีถึงที่สุด เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม และสามารถปฏิบัติได้

 

ติดต่อคณะทำงาน

ศูนย์ประสานงานคณะทำงานฯ

  • ชั้น 2 อาคารบริการวิชาการ
    มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด
  • 222 หมู่ 7 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
  • 081-4425487
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Official Facebook