ประกอบด้วย 4 แผนงานย่อย  ดังนี้

  1. แผนงานจัดตั้งคณะทำงานเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียม
  2. แผนงานสำรวจออกแบบระบบฐานข้อมูลพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียม แผนที่ถือครองและแผนที่การใช้ดิน
  3. แผนงานฟื้นฟู และแก้ไขพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียม ซึ่งประกอบด้วยแผนงานย่อยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้  
    1. แผนงานศึกษาทดลองและสาธิตเทคโนโลยีการฟื้นฟูดินและตะกอนดินที่เสนอแนะไว้จากผลการศึกษาของโครงการสำรวจการกระจายตัวและแหล่งที่มาการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยในแผนงานนี้เป็นการนำเทคโนโลยีที่ได้เสนอแนะไว้จากการศึกษาในโครงการ ไปศึกษาทดลองในห้องปฏิบัติการ และการทดลองสาธิตในพื้นที่จริง เพื่อให้ทราบข้อมูลด้านต่างๆ อาทิเช่น
      1. ความสามารถในการดูดซับแคดเมียมของพืชที่ใช้บำบัดฟื้นฟู
      2. ระยะเวลาในการบำบัดฟื้นฟู
      3. ปริมาณสารเคมีที่ใช้ในการบำบัดฟื้นฟู
      4. วิธีการปลูกพืชและจำนวนพืชที่ปลูกต่อพื้นที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการบำบัดแคดเมียมจากดินสูงสุด
      5. ประสิทธิภาพการบำบัดแคดเมียมของพืชเปรียบเทียบในดินแต่ละชนิด ฯลฯ พร้อมสรุปประเมินผลสำเร็จความเหมาะสมของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยหน่วยงานหลัก คือ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน หน่วยงานสนับสนุน คือ กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานท้องถิ่น
    2. แผนงานถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการฟื้นฟูดินและตะกอนดินให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรในพื้นที่ โดยหน่วยงานหลัก คือ กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานสนับสนุน คือ กรมวิชาการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน
    3. แผนการประชาสัมพันธ์สื่อสารต่อสาธารณะ และเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ควรมีการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อเท็จจริง สถานการณ์ปัญหาในปัจจุบัน การปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงในการได้รับสัมผัสแคดเมียม ตลอดจนแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมตัดสินใจ แสดงความคิดเห็น ร่วมกัน ที่สำคัญเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีฟื้นฟูที่ศึกษาไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่ของตนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนดังกล่าวข้างต้นจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เกิดการยอมรับ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนโดยแท้จริง  โดยหน่วยงานหลัก คือ จังหวัดตากและหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานสนับสนุน คือ กรมควบคุมมลพิษ
    4. แผนการชดเชยและสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากการฟื้นฟูแก้ไขพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียม จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงการปลูกพืชเพื่อการบริโภค หรือนำมาขายเพื่อการบริโภค ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตปกติของประชาชนในพื้นที่ดังนั้นหน่วยงานภาครัฐจึงจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูก และเจ้าของที่ดินที่จะขาดรายได้จากการไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามวิถีชีวิตเดิม ควบคู่กับการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้สำหรับประกอบอาชีพทางเลือกอื่นเพิ่มเติม นอกจากนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์และจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างครบวงจร เช่น มีนโยบายส่งเสริมด้านการตลาด หรือการประกันรายได้ผลผลิต เป็นต้น หน่วยงานหลัก คือ จังหวัดตาก หน่วยงานสนับสนุน คือ กรมควบคุมมลพิษ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน หน่วยงานท้องถิ่น
  4. แผนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาการปนเปื้อนแคดเมียมในระยะยาว
    1. หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแล จะต้องดำเนินการติดตามตรวจสอบกำกับดูแลและเฝ้าระวังการทำเหมืองแร่สังกะสีบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ให้เป็นไปตามกฎระเบียบและข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มีการดำเนินการถูกต้องและปลอดภัยตามแผนผังโครงการทำเหมือง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของเหมืองแร่โดยเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งหน่วยงานหลักคือ อุตสาหกรรมจังหวัดตาก และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตากหน่วยงานสนับสนุน คือ กรมควบคุมมลพิษ
    2. แผนงานการติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนแคดเมียมในสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียมด้วยเทคโนโลยีที่แนะนำ หรือวิธีใดก็ตาม จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาในแปลงทดลองสาธิต ประเมินผลสำเร็จของเทคโนโลยีที่ใช้ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเพื่อให้ทราบข้อมูลสถานการณ์การปนเปื้อนแคดเมียมในสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนสำ คัญต่อการวางแผนการฟื้นฟูและแก้ไขในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนแคดเมียมในสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอให้ดำเนินการสำรวจในพื้นที่ที่ปนเปื้อนแคดเมียมในดินมากกว่า 3 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และในตะกอนดินมากกว่า 3.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยดำเนินการสำรวจและเก็บตัวอย่างดิน ตะกอนดิน น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน สัตว์น้ำ พืชเศรษฐกิจ และอาหารและผักสวนครัว โดยหน่วยงานหลัก คือ กรมควบคุมมลพิษ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก
    3. แผนการติดตามเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน เนื่องจากผลการศึกษาประเมินความเสี่ยงการบริโภคอาหารของประชาชนในพื้นที่เบื้องต้น จากผลการศึกษาของโครงการสำรวจการกระจายตัวและแหล่งที่มาการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สรุปว่า ประชาชนในพื้นที่มีความเสี่ยงในการบริโภคโดยเฉพาะเรื่องข้าวดังนั้น จึงควรมีแผนติดตามเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารและสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบข้อมูลสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการวางแผนการฟื้นฟูและแก้ไขในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานหลัก คือ สาธารณสุขจังหวัดตาก 

รายละเอียดแผนการบริหารจัดการพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียมในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาวแม่กุ มีรายละเอียดแสดงซึ่งในการดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่ฯ ดังกล่าว จำเป็นต้องใช้งบประมาณสำหรับค่าดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดเป็นจำนวนเงินงบประมาณ 64,735,260 บาท ดังนี้

  1. แผนงานสำรวจออกแบบระบบฐานข้อมูลพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียม แผนที่ถือครองและแผนที่การใช้ที่ดิน วงเงินทั้งสิ้น 2,000,000 บาท (ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี)
  2. แผนงานฟื้นฟูและแก้ไขพื้นที่ปนเปื้อนแคดเมียม วงเงินทั้งสิ้น 53,860,000 บาท (ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี)
  3. แผนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาการปนเปื้อนแคดเมียมในระยะยาว วงเงินทั้งสิ้น 21,695,260 บาท (ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี)

 

ติดต่อคณะทำงาน

ศูนย์ประสานงานคณะทำงานฯ

  • ชั้น 2 อาคารบริการวิชาการ
    มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด
  • 222 หมู่ 7 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
  • 081-4425487
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Official Facebook